แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 27
1
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

3
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

4
สายสัญญาณเสียง เป็นเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้

ตอนนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าแล้วก็วัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีผลิตภัณฑ์หลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างกันด้วย ถ้าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ก็ดีไป แต่ว่าถ้าเกิดพวกเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียงที่ไม่ได้คุณภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือผลิตภัณฑ์ราคาแพง ต่างก็มีทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตนเองปะปนไป ฉะนั้น เราจึงต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป

การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังนี้
1. วิเคราะห์ความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นสิ่งแรกที่พวกเราสามารถสำรวจด้วยตนเองได้ และก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องด้วยสาย audio cable ในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกชอบมีสายค่อนข้างแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะคือ ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน ด้วยเหตุว่าจะไม่อาจจะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเหลือเกิน เพราะว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อเอาไปใช้งานเป็นประจำย่อมมีความเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างไม่ยากเย็นสายสัญญาณเสียงที่ดีที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่มีการเสียหาย แต่ว่าในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกจนขาด ถ้าหากพวกเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. ตรวจสอบสิ่งของที่ใช้เพื่อทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจำหน่ายในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆสำหรับเพื่อการทำหัวสาย ได้แก่ ทองเหลือง รวมทั้งอลูมินัม ขอชี้แนะว่าควรที่จะเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองสัมฤทธิ์จะดีมากกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากยิ่งกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าหากเสียบไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนสูง แก่การใช้แรงงานนาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาหัวข้อการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจะต้องใช้งานอย่างรอบคอบ แม้ไม่ถนอมกล่อมเกลี้ยง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็ว
3. ตรวจสอบการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยธรรมดาสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพแย่มักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหัวเสียบ และถ้าเกิดสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมได้ จะต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุผลดังกล่าวสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจะต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. พิจารณาความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวแค่ไหน โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เนื่องจากว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับในการแทงกับเครื่องมือต่างๆได้โดยไม่มีการโยกหรือหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเหลือเกิน จะไม่สามารถทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์ได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงจะต้องรอประคับประคองไว้ ส่วนหากโลหะที่ศีรษะทิ่มมีความยาวมากเกินความจำเป็น เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะทำให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้ถึงจะมิได้มีผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เพราะเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวพอเพียงต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นจนเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ควรจะมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. สำรวจแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็ถือว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่สร้างขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลบหลีกสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากมักจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ ได้โอกาสเสียเสียหายได้ง่าย

แนวทางในการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้ประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้ความใส่ใจ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีคุณภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
เครดิตบทความ บทความสายสัญญาณเสียง:  www.dotlife.store

5
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร / เคส iphone ปกป้องอะไรได้บ้าง
« เมื่อ: เมื่อวานนี้ เวลา 11:24:05 »
เมื่อกล่าวถึงโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ฮิตสูงที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกแล้ว เชื่อว่า iphone น่าจะเป็นมือถือที่ติดโผด้วยอย่างแน่นอน

Iphone เป็น Smartphone ที่มีระบบดำเนินการคือ ios ตัวเครื่องถูกดีไซน์มาให้สามารถคงทนต่อสิ่งต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นความชื้น การปะทะ การตก และอื่นๆ อีก แต่ถึงจะเผยว่า iphone ได้รับการดีไซน์มาเพื่อรองอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง เมื่อเรานำไอโฟน ไปชนกับเครื่องใช้อื่น หรือทำตก ย่อมต้องปรากฏริ้วรอย รอยการพังบังเกิดให้เห็นบนตัวของมัน ยิ่งถ้าจอถูกชน ก็จะเกิดการแตกได้อย่างเดียวกัน ถึงแม้การเสียดังกล่าวจะไม่ทำให้ iphone ดับดิ้นสิ้นชีวา แต่ก็ทำเอามีตำหนิอันไม่พึงประสงค์บังเกิดขึ้น และผลกระทบจะมีไปถึงตอนที่เราปรารถนาจะเอาไอโฟน เครื่องนั้นจำหน่ายทอดตลาด ค่าของเครื่องจะต้องตกลงอย่างแน่แท้ ด้วยเหตุนั้นเพื่อไม่ให้บังเกิดริ้วรอยดังกล่าวขึ้น จึงมีผู้ผลิตหลายรายที่คิดเคส iphone ขึ้นมา สำหรับสวมลงบนตัวเครื่องอีกที เพื่อที่เวลาเครื่อง iphone ไปกระทุ้งกับเครื่องใช้ใดๆ ส่วนที่ได้รับแรงชนเต็มๆ จะเป็นตัวเคสก่อน ริ้วรอยที่ควรจะปรากฏขึ้นบนตัวเครื่องก็จะมาเกิดบนเคสแทน ทำเอาเครื่องไม่ได้รับพิษภัย

เคส iphone ดังที่บอกกล่าวไปว่ามีหน้าที่หลักๆ คือการคุ้มกัน iphone จากแรงปะทะที่อุบัติจากการชน หรือทำตก แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากเคส iphone จะปกป้องการชนได้แล้ว มันยังสามารถป้องกันพิษภัยอื่นๆ ที่อาจอุบัติกับตัว iphone ได้อีก เช่น รอยนิ้วมือ รอยขีดข่วนแบบไม่ได้ตั้งใจ และความชื้น ดังที่เราจะบรรยายไปทีละอย่าง ดังนี้

เริ่มจากรอยนิ้วมือ ผู้ใช้สอย iphone จำนวนไม่น้อยคงจะหงุดหงิดกับคราบมัน หรือรอยนิ้วมือที่มักไปปรากฏบนตัวเครื่อง iphone หลังจากหยิบใช้งานงานแต่ละครั้ง มีผลให้ต้องคอยขัดทำให้หมดจดอยู่บ่อยๆ อีกทั้งยังเป็นเหตุให้เครื่องดูโกโรโกโสเร็วด้วย แต่ถ้าใส่เคส iphone ตัวเคสจะหุ้มห่อเครื่องไว้อย่างเด็ดเดี่ยว ทำให้เมื่อเวลากำ ถือ รอยนิ้วมือและเหงื่อบนมือจะไม่ไปต้องกับเครื่อง มีผลให้ iphone หมดจดเอี่ยมอยู่เสมอ และดูไม่ทรุดโทรม นอกจากนี้ การใส่เคสให้ iphone ยังทำให้เราสามารถตั้งเครื่องลงบนพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะมีสิ่งสกปรกมาติด หรือเข้าในช่องต่างๆ ของไอโฟน เพราะมันจะเข้าติดเคสก่อน การใส่เคสให้ iphone จึงช่วยป้องกันทั้งรอยนิ้วมือ และสิ่งปฏิกูลต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์

การคุ้มกันประการถัดมาที่เคสไอโฟน[/b]]เคสไอโฟน จะช่วยเหลือเซฟเครื่องได้ ก็คือ รอยขีดข่วนต่างๆ ซึ่งแบบแผนการใช้งานงานของคนในสมัยปัจจุบันนั้น มีผลให้อุบัติรอยขีดข่วนที่เครื่องได้ง่าย แม้กระทั่งในการเก็บ iphone ไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ ก็ยังสามารถทำเอาเครื่องไอโฟน บังเกิดรอยขีดข่วนได้อย่างเดียวกัน แต่ถ้าเราใส่เคส iphone การขีดข่วนต่างๆ จะต้องไปสัมผผัสกับเคสก่อน เป็นเหตุให้แม้ว่าเคสจะพัง แต่ตัวไอโฟนจะยังคงสภาพดีอยู่เสมอ ยิ่งไปกว่านี้ ในเคสไอโฟนบางรุ่น ยังมีแผ่นสำหรับปิดจอด้วย ซึ่งสามารถช่วยปกป้องไม่ให้บังเกิดการแตะต้องโดยไม่ได้ตั้งใจเวลาใส่ในกระเป๋ากางเกง ไม่บังเกิดการเข้าเมนูต่างๆ หรือโทรออกโดยไม่ได้ตั้งใจ

การปกป้องอย่างสุดท้ายของiphone case ที่มันจะกระทำต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก็คือ ความชื้น ดังที่บอกกล่าวไปในข้างต้นว่าตัว iphone สามารถกันน้ำได้ แต่อย่าลืมว่าในการแตะกับความชื้น แม้จะไม่ทำให้ไอโฟนพัง แต่มันก็อาจจะทำปฏิกิริยากับไอโฟน จนทำให้เกิดขี้เกลือ หรือสนิมขึ้นบนตัว iphone กลายเป็นตำหนิที่ไม่น่าดู โดยเคส iphone จะสามารถปกป้องความชุ่มชื้นส่วนนี้ได้ แต่การปกป้องความชื้นของเคสไอโฟน นั้น จะมีลักษณะเป็นเพียง water resistant สามารถคุ้มครองได้เฉพาะละอองน้ำ และความชุ่มชื้นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น ถ้าปรากฏเอา iphone ไปตากฝน หรือเอาไปจุ่มน้ำ เคสไอโฟน จะไม่สามารถคุ้มครองในส่วนนี้ได้

เคส iphone ในสมัยปัจจุบันผลิตออกมาจากหลายวัตถุ หลายแบบแผน เคส iphone บางรุ่น ไม่ได้เป็นเพียงแต่เครื่องคุ้มกันมือถือ ไอโฟน จากพิษภัยต่างๆ เท่านั้น หากแต่ยังสามารถเป็นเครื่องตกแต่งมือถือให้ดูมีอะไรมากขึ้นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในเคส iphone บางรุ่น ก็ผลิตขึ้นมาจากวัตถุที่ไม่เหมาะสม เช่น พลาสติกทึบ เมื่อเอาไปใส่จะเป็นอุปสรรคต่อการระบายความร้อนของไอโฟน จนบางครั้งเอาไปถือที เหมือนถือลูกประคบที่เพิ่งขึ้นจากเตาเอาไว้ในมือเลยทีเดียว เคสที่มีลักษณะดังกล่าวนั้นไม่ควรนำมาใช้สอยใส่ ไอโฟน เพราะจะทำเอา iphone ระบายความร้อนได้ไม่ดี และอาจมีผลต่อระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบแบตเตอรี่ได้ในอนาคต

ยิ่งไปกว่านี้ ในเคส iphone บางรุ่น ก็ดูแล้วจะสวยงามอย่างเดียว ป้องกันอะไรไม่ได้เช่น พวกเคสพลาสติกบางๆ ตกแต่งตัวการ์ตูรสวยๆ อย่างที่เราเห็นในสมัยปัจจุบัน เคสประเภทนี้ถ้าคิดว่าจะเอามาเพื่อแต่งเติมอย่างเดียว ก็สามารถสังเกตเลือกเฟ้นซื้อได้ แต่ถ้าต้องการจะซื้อเพื่อคุ้มครองละก็ ขอให้คัดเลือกรุ่นอื่นจะดีกว่าเคส iphone จึงถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องมือถือของเราจากพิษภัยต่างๆ ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็แล้วแต่ การจะปกป้อง iphone จากพิษภัยทุกแบบแผนนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเคสเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ใช้ด้วย หากใช้งานไม่ระมัดระวัง ชอบทำไอโฟน ตกพื้นบ่อยๆ ก็ไม่แน่ว่าเคสจะสามารถรองพิษภัยได้ทั้งหมด ขอให้ผู้ใช้งานมีความระมัดระวังระหว่างการใช้งานด้วย

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความเคส iphone:  https://www.dotlife.store/

6
ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า iPad เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทั่วทั้งโลก ด้วยความที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีหน้าน้าหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้สามารถใช้เพื่องานด้านเอกสาร หรือเพื่องาน Social Media ได้สะดวกกว่าการใช้โทรศัพท์ smartphone ทั่วไป จนถึงปัจจุบันนี้ คนจำนวนไม่น้อยบางทีก็อาจจะเน้นย้ำใช้ Social Media บน iPad เป็นส่วนมากด้วยซ้ำ ส่วนโทรศัพท์ก็เก็บไว้ใช้โทรสิ่งเดียว ฯลฯ
แต่ว่าการใช้ iPad เพื่องานต่างๆสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากเด็ดขาดเลยก็คือเคส iPad เนื่องจากว่าหาก iPad มิได้มีการสวมเคสไว้เลย เวลาใช้ประโยชน์ในแต่ละสถานที่ก็เน้นเอาไปเป็นเครื่องเปล่าๆเลย ย่อมได้โอกาสสูงที่คุณจะเผลอทำ iPad ตกพื้น จนเกิดร่องรอยบนเครื่อง ถ้าเกิดน้อยหย่อย ก็มีแค่บาดแผลนิดๆหน่อยๆแต่ถ้าหากตกแรงๆก็มีสิทธิทำให้จอของ iPad แตกได้เลย ยิ่งถ้าเกิดตกแรงๆอาจส่งผลให้กำเนิดรอยแตกที่จะเดินเครื่องไปตลอด ซึ่งรอยแตกบนจอ iPad ขอบอกเลยว่าเป็นรอยที่ใหญ่รวมทั้งน่ากลัวมากมาย หากคุณใช้มันแม้ว่าหน้าจอยังแตกอยู่ รอยแตกนั้นอาจจะบาดนิ้วคุณ จนถึงเกิดแผล ได้เลือดแบบที่คุณก็ไม่คาดฝันเลยก็เป็นได้ รอยแตกบน iPad มิได้ส่งผลเพียงแค่กับการใช้แรงงานแค่นั้น แต่ว่ายังมีผลไปถึงในช่วงเวลาที่คุณอยากจะขายทอดตลาด ราคาของ iPad บางครั้งอาจจะตกลงจำพวกที่ว่าคุณเองยังตกใจ ด้วยเหตุผลดังกล่าวการสวมเคสให้ iPad จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในปัจจุบัน เคส iPad ถูกสร้างขึ้นรวมทั้งเอามาวางจำหน่ายบนตลาดในหลายแบบ เคสพลาสติกแบบแข็งไปจนกระทั่งเคสนุ่มๆเป็นซิลิโคนก็มี เมื่อเคสมีอยู่นานาประการแบบดังนี้ คุณอาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าอย่างนั้นเราควรที่จะทำการเลือกเคสแบบไหนดีถึงจะใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาประเด็นการแตกเสียตามมา วันนี้พวกเรามีคำตอบมาฝาก
1. ควรจะเลือกเคสที่มีฝาสำหรับปิดหน้าจอด้วย บางคนมีความรู้สึกว่าเคสแบบมีฝาปิดนั้นทำให้ ipad ดูไม่สวย ดูโบราณ ในตอนที่เคสแบบไม่มีฝา จะมีผลให้ iPad มองล้ำสมัยยิ่งกว่า ถ้าเกิดคุณเป็นคนนึงที่กำลังจะมีความนึกคิดอย่างนี้ ขอบอกเลยว่าให้รีบเปลี่ยนทัศนคติโดยเร็ว เนื่องจากว่าเคสแบบมีฝาปิดนี่แหละ ที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายให้กับ iPad ของคุณได้รอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเผลอทำวัสดุอุปกรณ์ตก หรือกระแทกในท่าไหน ก็มั่นอกมั่นใจได้ว่าจะไม่มีทางกำเนิดรอยบน iPad แสนรักของคุณได้แน่ๆ เทียบกับเคส iPadแบบไม่มีฝาปิด ถึงจะทำให้เครื่องไม้เครื่องมือดูสวย ล้ำสมัยก็จริงอยู่ แต่ว่าก็จำต้องแลกกับการที่จะทำให้จอ iPad ของคุณ แปลงเป็นส่วนที่เปราะบางเยอะที่สุด ถ้าหากคุณเผลอทำ iPad ตกแบบคว่ำหน้าลง เคสอย่างนี้จะไม่อาจจะคุ้มครองป้องกันสิ่งใดให้ท่านได้เลย ด้วยเหตุนี้ หากอยากซื้อเคสไอแพด ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นที่มีฝาปิดด้วยจะดีมากกว่า รับประกันว่าไม่มีอันตราย 100% แน่นอน

2. ควรที่จะทำการเลือกเคสที่มีความครึ้มพอควร ที่ยอดเยี่ยมเป็นหน้าราว 2-4 มม. ด้วยความหนาเท่านี้จะช่วยให้คุณสามารถคุ้มครองป้องกันการชน และก็รอยขีดข่วนบน iPad ได้ดีที่สุด หากไม่เป็นการนำของแหลมกรีดลงไปบนวัสดุอุปกรณ์แบบตั้งใจ ก็เป็นไปไม่ได้ที่ความทรุดโทรมจะทะลุลงไปถึง iPad ได้ หลบหลีกพวกเคสซิลิโคนบางๆเนื่องจากเคสอย่างงี้จะไม่สามารถคุ้มครองปกป้องอันตรายให้กับ iPad ได้มากพอ มีดีแค่สัมผัสแล้วมีความคิดว่านุ่มมือ ดูล้ำยุคเท่านั้นเอง ถ้าคุณเลือกเคสที่มีความหนามากพอ ก็มั่นอกมั่นใจได้เลยว่า iPad ของคุณจะได้รับการป้องกันเต็มที่อย่างแน่นอน

3. อย่าซื้อipad case รุ่นที่ทุกด้านปิดทึบไปเสียหมด ไม่มีช่องหรือรูอะไรให้อากาศผ่านได้เลย เพราะการใช้แรงงาน iPad แต่ละครั้ง จะเกิดความร้อนขึ้นในตัวเครื่องไม้เครื่องมือ ถ้าหากเคสของคุณเป็นพลาสติกแข็งที่ปิดทึบหมดทุกด้าน เว้นรูไว้เพียงแค่ตรงลำโพงและก็ช่องเสียบต่างๆเพียงแค่นั้น ความร้อนก็จะสะสมอยู่ใน iPad จนถึงคุณรู้สึกได้เลยว่าอุปกรณ์ของคุณร้อนราวกับไฟ เมื่อเป็นแบบนี้ ย่อมส่งผลกระทบให้กับ iPad หลายประการ อาทิเช่น ทำให้แบตเตอรี่ใน iPad เสื่อมอายุการใช้งาน ทำให้อุปกรณ์อะไรบางอย่างบน iPad ได้รับความทรุดโทรม ฯลฯ เพราะฉะนั้นสำหรับเพื่อการเลือกซื้อเคส คุณควรที่จะเลือกเคสที่มีช่องสำหรับระบายอากาศสักนิด จะได้เป็นการถนอม iPad ยืดอายุการใช้แรงงานให้ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่สมควรซื้อเคส iPad ที่หนาเกินความจำเป็น เคส iPad อย่างครึ้ม ฟังดูแล้วเสมือนจะใช้ดี คุ้มครองปกป้องอันตรายให้ iPad ได้ แม้กระนั้นในความเป็นจริงแล้ว มันเป็นตัวการที่สร้างปัญหาให้กับการใช้งาน iPad ของคุณได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำหนัก iPad เพิ่มขึ้นจนถึงนำพาไปไหนมาไหนลำบาก หรือเพิ่มความยากลำบากในการต่อเครื่องมือเสริมต่างๆอาทิเช่น หูฟัง สายชาร์จ ทำให้หัวต่อของวัสดุอุปกรณ์พวกนี้ถูกต่อเข้าไปได้ไม่เต็มที่เพราะว่าติดเคส สุดดด้านหลังก็ไม่อาจจะใช้งานได้เลย จะต้องถอดเคสและก็หลังจากนั้นจึงค่อยต่อกันสิ่งเดียว เคสที่มีความดกพอเหมาะพอควร ดังที่กล่าวไปแล้วว่าควรจะอยู่ที่ 2-4 มิลลิเมตร ขอให้เลือกตามขนาดนี้ดีมากยิ่งกว่า

การเลือกเคส ipad ดูเผินๆบางครั้งอาจจะมีความเห็นว่าไม่จำเป็น แต่ว่าที่จริง ขั้นตอนนี้นับว่าเป็นขั้นตอนที่จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากพอสมควร เพราะนับว่าเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า iPad แสนรักของคุณจะยังคงอยู่ไปได้อย่างปลอดภัยเป็นเวลานาน หรือจะมีรอยถลอกปอกเปิกไปซะก่อน ขอให้ผู้ใช้ iPad ทุกคนจงอย่าไม่เอาใจใส่

ขอขอบคุณบทความ บทความเคส ipad:  www.dotlife.store

7
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

8
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

10
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

11
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

12
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

14
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

15
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

หน้า: [1] 2 3 ... 27