แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - trebs

หน้า: [1] 2 3 ... 5
1
   
รวบรวมอบรมงานสัมมนา หลักสูตร/คอร์สอบรมการลงทุนอสังหาริมทรัพย์  "มีทั้งคอร์สพื้นฐานลงทุนอสังหาฯ" สำหรับมือใหม่อยากเริ่มก้าวแรกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้คุณได้ศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ และหลักสูตรที่มุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมสามารถเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพได้จริง  จัดโดยโรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย


ตารางสัมมนา – อบรม
ดูงานอสังหาฯ : โครงการดูงานอสังหาฯเส้นตะวันออก EEC ชลบุรี-พัทยา-ศรีราชา
เวลา – สถานที่  : วันศุกร์ที่ 16 - เสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน 2561
ณ โรงแรม Eastern Grand Palace พัทยา/ศรีราชา
รายละเอียด : ศึกษาดูงานอสังหาริมทรัพย์ ชลบุรี-สำรวจทรัพย์สิน ในเมืองท่องเที่ยว รีสอร์ท คอนโดหรู และบ้านพักตากอากาศ และ นิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร ชลบุรี
คลิกเพิ่ม https://www.trebs.ac.th/th/detail.php?id=26


หลักสูตรเจาะลึก การประเมินมูลค่าด้วยวิธีรายได้
เวลา – สถานที่  : วันเสาร์ที่ 24 - อาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561
เวลา 08:30 - 17:00 น. ณ โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
รายละเอียด : หลักสูตรอบรมที่ศึกษาขบวนการคำนวณมูลค่าทรัพย์สินจากความสามารถในการสร้างรายได้ของโครงการนี้ช่วยผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และเจ้าของทรัพย์สินได้ทราบมูลค่าที่แท้จริงของโครงการ ทั้งนี้สามารถคำนวณได้ทั้งโครงการที่กำลัง วางแผนหรือโครงการที่ดำเนินอยู่แล้วก็ตาม โดยมูลค่าที่คำนวณได้นี้สามารถนำไปกำหนดการลงทุน ร่วมทุน ปล่อยสินเชื่อได้อย่างชัดเจนทฤษฎี หลักการ ขั้นตอนวิธีการรายได้: Direct Capitalization/Discounted Cash Flow การตั้งสมมติฐานรายได้-รายจ่าย อัตราการเติบโตของรายได้รายจ่าย อัตราว่างสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ การหา Capitalization Rate/Discount Rate การทำ Cash Flow Projection การหา Terminal Value ฯลฯ
คลิกเพิ่ม : https://www.trebs.ac.th/th/detail.php?id=18

งานสัมมนาอบรมสำหรับผู้บริหาร: “ฟองสบู่อสังหาฯจุดเริ่มต้นของจุดจบ”
เวลา – สถานที่ : วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561  เวลา 08:30 - 12:30 น.
ณ โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
รายละเอียด :  งานสัมมนาสำหรับผู้บริหารนี้จัดขึ้นเพื่อ
1. รายงานสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับภาวะฟองสบู่ที่ก่อตั้งขึ้น
2. เจาะลึกทำเล ประเภทและระดับราคาที่อยู่อาศัยใดที่มีหน่วยเหลือขายมากที่สุดจนเป็นฟองสบู่
3. การวิเคราะห์ภาวะตลาดที่อยู่อาศัยล่าสุด เพื่อการวางแผนรับมือฟองสบู่
คลิกเพิ่ม : https://www.trebs.ac.th/th/detail.php?id=43


อบรมงานสัมมนาฟรี : Smart Community Living ในหมู่บ้าน/อาคารชุด: ทำอย่างไร
เวลา – สถานที่  :  วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13:00-17:30 น.
ณ ห้องประชุม โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
(สมาชิกมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินฯ เข้าร่วมสัมมนาฟรี)
รายละเอียด :  อบรมหัวข้อแนวทางการสร้าง Smart Community Living ตัวอย่างโครงการอสังหา จากบมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ , บมจ.พฤกษา เรียลเอสเตท , บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ ,  บมจ.วรลักษณ์ พร๊อพเพอร์ตี้
คลิกเพิ่ม : http://thaiappraisal.org/thai/monthly/monthly.php


หลักสูตรนายหน้าอสังหาฯ (คอร์สอบรมเพื่อสอบบัตรตัวแทนนายหน้า)
เวลา – สถานที่  : 30 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2561 เวลา 08:30 - 17:00 น.
ณ ห้องประชุม โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
รายละเอียด : หลักสูตรสำหรับผู้ที่สนใจ: ประกอบอาชีพนายหน้า นายหน้าขายบ้าน นายหน้าขายที่ดิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สอนอบรมด้านเทคนิคการขายทรัพย์มือสอง และการบริหารการขายอสังหาริมทรัพย์แบบมืออาชีพ
คลิกเพิ่ม :  https://www.trebs.ac.th/th/detail.php?id=25



Tag : อบรมสัมมนาฟรี 2561 ,งานสัมมนาฟรี 2561 ,สัมมนา ,อบรม ,คอร์สอบรม,หลักสูตร, สัมมนาอสังหาริมทรัพย์

2
มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างอาคารมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เป็นการดำริของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ตั้งแต่สมัยที่เป็นกรรมการสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย โดยดำเนินการครั้งแรกในปี 2543 และ ดร.โสภณ ก็เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้มาโดยตลอด แต่ในช่วงปี 2556 สมาคมฯ ไม่ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างเพิ่มเติม ดร.โสภณ จึงรับดำเนินการในนามของมูลนิธิฯ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ สมาคมฯ ได้กลับมาดำเนินการเพิ่มเติมอีก แต่คงมีการปรับปรุงราคาเป็นรายปี หรือเป็นรายสะดวก มูลนิธิฯ จึงยังดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินค่าทรัพย์สิน และสำหรับประชาชน และนักลงทุนทั่วไปได้ใช้ต่อไป
            ในการดำเนินการของมูลนิธิฯ มูลนิธิฯได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลจากทางราชการและภาคสนามมาดำเนินการจัดทำ ราคาค่าก่อสร้าง และต่อไปนี้เป็นรายงานการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้างล่าสุด



 สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้าง ล่าสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561-กันยายน 2561 (ไตรมาสที่ 3) สรุปว่ามีการเพิ่มขึ้นของวัสดุต่างๆ เฉลี่ย +0.16% โดยปัจจัยสำคัญก็คือ ไม้เพิ่มขึ้น 0.80% ซีเมนต์เพิ่มขึ้น 0.30% คอนกรีตเพิ่มขึ้น 0.10% กระเบื้องเพิ่มขึ้น 1.00% วัสดุฉาบเพิ่มขึ้น 0.30% วัสดุอื่นๆเพิ่มขึ้น 0.30% และส่วนวัสดุที่ลดลง สุขภัณฑ์ลดลง -0.20% โดยมีรายละเอียดเป็นดังนี้:



ค่าวัสดุข้างต้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ราคาค่าก่อสร้างยังประกอบด้วยค่าแรง และภาษีและค่าดำเนินการต่าง ๆ ดังนั้นค่าก่อสร้างที่แท้จริง เพิ่มขึ้น 0.10% ในไตรมาสที่ 3/2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้:



ที่มา : https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=96

Tag : ประมาณราคาก่อสร้าง,การบริหารงานก่อสร้าง, ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร, การประมาณราคาก่อสร้าง, ก่อสร้าง, บริษัทรับเหมาก่อสร้าง, ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, ราคาวัสดุก่อสร้าง, ธุรกิจก่อสร้าง, ราคาค่าก่อสร้างอาคาร , ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร 2561 , ราคาค่าก่อสร้าง 2561 ,ราคาประเมินค่าก่อสร้าง 2561, ราคาค่าก่อสร้างปี 2561


3
นิติบุคคลบ้านจัดสรร - อาคารชุด และกฎหมาย พ.ร.บ.อาคารชุดฉบับใหม่


นิติบุคคลอาคารชุด ทำหน้าที่อะไร?
นิติบุคคลอาคารชุด (Residential Juristic Person) คือ กลุ่มคนในบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างมาเพื่อจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดมิเนียม เนื่องจากคอนโดมิเนียมหรือในภาษากฎหมายที่เรียกว่า ‘อาคารชุด’ นั้นเป็นอาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นส่วนๆได้ โดยประกอบด้วย 2 ส่วน คือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งนิติบุคคลอาคารชุดจะมีหน้าที่ดูแลและจัดการในทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น และจะร่วมกับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดในการออกแบบและปฏิบัติตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งแต่ละคอนโดมิเนียมจะมีระเบียบภายในของแต่ละอาคารชุดที่ไม่เหมือนกัน



ปัญหานิติบุคคลอาคารชุด - บ้านจัดสรร
ปัญหาการดูแลสาธารณูปโภคในโครงการบ้านจัดสรร คอนโด โดยการถ่ายโอนอำนาจจากเจ้าของโครงการมายังลูกบ้านตาม พรบ.การจัดสรรที่ดินฉบับใหม่ กลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปเสียแล้ว เพราะในขั้นตอนของการส่งไม้ต่อก่อให้เกิดความขัดแย้งมากมายระหว่างเจ้าของโครงการกับลูกบ้านที่เกิดเป็นปัญหาขึ้น อาจมีหลายสาเหตุที่พอจะประมวลได้ ก็เช่น เจ้าของโครงการเองหมกเม็ดในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่เปิดเผยให้ผู้ซื้อรู้ตั้งแต่ตอนซื้อขาย ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจไปว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโครงการเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกบ้าน
 
ปัญหาอีกข้อที่สำคัญคือ ทั้งเจ้าของโครงการและลูกบ้านมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรน้อยเกินไป นอกจากรู้น้อยแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือขาดความร่วมมือในมวลหมู่ลูกบ้านด้วยกันเอง นอกจากนี้ ปัญหาลูกบ้านแตกคอกันเอง ก็เป็นอีกเรื่องที่เกิดขึ้นและเห็นอยู่บ่อยๆ
ปัญหาเหล่านี้นำมาซึ่งความขัดแย้งในการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่งกรมที่ดินเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่พอสมควร จนต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้และทำความเข้าใจกับทั้งเจ้าของโครงการและลูกบ้าน แต่ก็ยังไม่วายที่เกิดปัญหาขึ้นอยู่เนืองๆ
ประโยชน์จาก พ.ร.บ.อาคารชุดฉบับใหม่
มาในปัจจุบันจากที่ได้ทราบกันอยู่บ้างว่า กฎหมาย พ.ร.บ. อาคารชุดฉบับใหม่ นี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น กฎหมายคอนโดใหม่คุ้มครองผู้บริโภคหรือลูกบ้านเป็นอย่างมาก ถึงแม้ในมุมของดีเวลลอปเปอร์จะมีข้อแย้งบางจุดในข้อกำหนด โดยอ้างว่ามีการเร่งผลักดันกฎหมายคอนโดออกมาใช้ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จนมีการทักท้วงว่าเป็นข้อผิดพลาด ทำให้เกิดปัญหาและเห็นว่าไม่สอดคล้องในทางปฏิบัติจริง ซึ่งความจริงแล้วกฎหมายคอนโดฉบับใหม่ได้ปรับปรุงมาเพื่อให้เหมาะกับการปฏิบัติจริงอยู่แล้วและยังเป็นการคุ้มครองผลประโยชน์ลูกบ้านด้วย ฉะนั้นในส่วนของเจ้าของโครงการก็ต้องเคารพกฎกติกา นิติบุคคลอาคารชุดต้องดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อบังคับให้สอดคล้องกับกฎหมายคอนโดดังกล่าวด้วย และเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ลูกบ้านก็ควรพัฒนาหาความรู้ให้เท่าทัน จะได้ไม่ต้องเกิดปัญหาให้หนักใจในภายหลัง….

อ่านบทความทั้งหมด  https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=97

Tags : กฎหมายนิติบุคคล , พรบ.อาคารชุด , พรบ.จัดสรรที่ดิน , นิติบุคคล, การจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ,นิติบุคคลอาคารชุด , จดทะเบียนอาคารชุด ,ขั้นตอนการจดทะเบียนอาคารชุด , ปัญหานิติบุคคลอาคารชุด , ปัญหาบ้านจัดสรร, ปัญหาบ้านจัดสรร

4
เคล็ดลับการลงทุนอพาร์ทเม้นท์
ในเรื่องของการลงทุน Yield หรือผลตอบแทนถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่เราต้องให้ความสนใจครับ กฎง่ายๆที่ควรทราบเพื่อใช้คิดเลขในใจ คือ กฎ 72 ครับหมายถึง ถ้าน้องนำ Yield ที่ได้ หารด้วย 72 ผลที่ได้ออกมาหมายถึงจำนวนปีที่จะทำให้ เงินต้น ของเราเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เช่น ถ้าฝากแบงค์ 1 ล้านบาท ได้ดอกเบี้ย 3% —— 72/3 = 24 แปลว่าเราจะใช้เวลา 24 ปี เงินจะเพิ่มเป็น 2 ล้าน





ถ้าซื้อ พันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 5 หมื่นล้านบาท อายุ 5 ปี ดอกเบี้ยเฉลี่ย 4% แบ่งเป็นปีที่ 1 และ 2 จ่ายดอกเบี้ย 3% ปีที่ 3 จ่าย 4% และปีที่ 4 และ 5 จ่าย 5%
1 ล้านบาท ได้ดอกเบี้ย 4% —— 72/4 = 18 แปลว่าเราจะใช้เวลา 18 ปี เงินจะเพิ่มเป็น 2 ล้าน ถ้าลงทุน Apartment ได้ ผลตอบแทน 9% ——- 72/9 = 8 ปี แปลว่าเราจะใช้เวลา 8 ปี เงินจะเพิ่มเป็น 2 ล้าน
สังเกตว่าจำนวนปีต่างกันเป็นอย่างมากทั้งที่ผลตอบแทนต่างกันไม่กี่ % ครับ (ด้านบนไม่ได้นำภาษีมาคิดนะครับเพราะการลงทุนแต่ละแบบเสียภาษีไม่เท่ากัน เช่น ปันผลเสีย 10% ,
ดอกเบี้ยธนาคารเสีย 15% , Capital Gain ไม่เสียภาษีเป็นต้นครับ)ดังนั้นเนื่องจากเรามีเงินและเวลาจำกัดครับ ทุกๆครั้งที่เราจะลงทุนอะไรสักอย่างอย่าลืมลองคิด
กฎ 72 ในใจนะครับ (เราสามารถนำข้อสอบเรื่อง Re-finance ที่อาจารย์ท่านสอนมาประยุกต์ใช้ได้อย่างดีกับการลงทุน Apartment ครับ

การลงทุนในธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ มีปัจจัยที่ต้องรู้ดังนี้
1. รายได้มาจาก ค่าเช่าห้อง, ค่าน้ำ, ค่าไฟฟ้า, ค่าอินเตอร์เน็ต และ รายได้จากตู้น้ำและตู้ซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นต้น โดยทั่วไปจะคำนวณว่าอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจากค่าเช่าห้องอย่างเดียวจะอยู่ ที่ประมาณ 8%-10% ดังนั้นถ้าเรามีเงิน 20 ล้านบาท และลงทุนทำอพาร์ทเม้นท์ ก็ควรจะได้รับเงินคืนทุกสิ้นปีประมาณ 1.6-2 ล้านบาท ส่วนรายได้อย่างอื่นถือว่าเป็นกำไรเพิ่มเติมที่เราจะได้รับ
2. ค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน ได้แก่ ค่าแม่บ้าน และภาษี เป็นหลัก (ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า นั้นเราจะเก็บจากผู้เช่ามากกว่าที่เราเสียจริง) โดยภาษีเราจะเสียมากน้อยแล้วแต่เจรจากับเจ้าหน้าที่ของรัฐ (จากประสพการณ์ผมเสียไม่ถึง 10% ของรายได้รวมต่อปี)
3.การทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์แล้วประสพความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับ ทำเลเป็นหลัก และรองลงมาคือความสามารถในการให้บริการดูแลลูกค้า ซึ่งจากประสพการณ์ของผม มีบางคนเลือกซื้อที่ดินที่มีศักยภาพของทำเลด้อยลงมาหน่อยเนื่องจากราคาถูก ผมไม่ค่อยเห็นด้วยเพราะว่าธุรกิจนี้จะอยู่กับเราไปอีกเป็นสิบ ๆ ปี ดังนั้นเราควรเลือกทำเลที่เป็น A หรือ A- เท่านั้น เพราะว่ายังมีที่ดินอีกเยอะให้คู่แข่งขึ้น แต่ที่ดินที่มีศักยภาพที่ผู้เช่าชอบ นั้นมีอยู่อย่างจำกัด
4. การลงทุนในธุรกิจอพาร์ทเม้นท์ มี 2 แนวทางคือ
– ลงทุนหาซื้อที่ดิน และสร้างอพาร์ทเม้นท์เอง มีข้อดีคือ ราคาถูกและสามารถเลือกแบบอาคารได้ตามใจชอบ แต่มีปัจจัยเสี่ยงคือ คุณต้องมีความสามารถและความชำนาญรอบด้านได้แก่ การเลือกทำเลที่มีศักยภาพ, อ่านแบบก่อสร้างเป็น, มีเวลาและคุมงานก่อสร้างได้ เป็นต้น ดังนั้นคนที่เหมาะกับวีธีนี้ควรจะเป็นผู้ที่เคยทำธุรกิจอพาร์ทเม้นท์มาแล้ว
– ซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว มีข้อดีคือ ง่ายแก่มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มอยากจะเป็นเจ้าของกิจการ เพราะเราเข้าไปซื้อกิจการที่ประสพความสำเร็จอยู่แล้ว มีลูกค้าเข้าอยู่ 90%-100%แล้ว (คงไม่มีใครเลือกซื้ออพาร์ทเม้นท์ที่มีคนพัก 50% ในทำเลที่ไม่ดี), เราสามารถเลือกทำเลที่มีศักยภาพ A หรือ A- ได้ตามต้องการ ซึ่งดูได้จากคนพักว่าเต็มหรือไม่ ได้ราคาค่าเช่าเท่าไหร่ เป็นต้น โดยทำเลที่มีศักยภาพจะพิสูจน์โดยตัวของมันเองจากรายได้ และจำนวนคนเข้าพักเองอยู่แล้ว ส่วนปัจจัยด้อยคือ ราคาจะสูงกว่าลงทุนสร้างเองซักหน่อย และรูปแบบอาคารอาจจะไม่โดนใจ 100% เป็นต้น ดังนั้นคนที่เหมาะกับวีธีนี้ได้แก่ คนที่อยากจะลองเริ่มต้นธุรกิจนี้ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี โดยคุณสบายใจได้เลยว่าเดือนแรกที่คุณเริ่มดำเนินกิจการ คุณจะได้รับเงินจำนวนเท่าไหร่ที่แน่นอน ต่างกับการสร้างอพาร์ทเม้นท์ขึ้นมาใหม่ เพราะหลังสร้างเสร็จคุณต้องนั่งลุ้นว่าจะมีคนเข้าพักเต็มหรือไม่ และอีกนานเท่าไหร่จึงจะเต็ม อย่างไรก็ตามแม้ว่าการซื้ออพาร์ทเม้นท์จะลงทุนสูงกว่าการลงทุนสร้างอพาร์ทเม้นท์เองซักหน่อย แต่ต้องเข้าใจว่าคุณกำลังไปซื้อกิจการที่ประสพความสำเร็จอยู่, ซื้อความสามารถทางการแข่งขัน, ซื้อทำเลที่มีศักยภาพ A หรือ A- และซื้อลูกค้าทั้งหมดมา ดังนั้นผมคิดว่าถ้าด้วยราคาซื้อ อพาร์ทเม้นท์ที่ทำให้คุณได้รับผลตอบแทน 8%-10% ต่อปี ก็ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว…

อ่านบทความทั้งหมด https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=68

Tag:  อะพาร์ตเม้นต์,ธุรกิจอะพาร์ตเม้นต์,การลงทุนอะพาร์ตเม้นต์ ,นักลงทุนอสังหา ,การลงทุน ,ธุรกิจอพาร์ตเมนต์ ,หอพัก ,ห้องเช่า ,ห้องพัก

5

อสังหาฯที่ขายได้เร็ว ได้ดีเยี่ยม แสดงถึงความต้องการที่เข้มแข็ง โอกาสการลงทุนจึงมาก โอกาสความเสี่ยงจึงน้อยกว่า มาตรวจสอบกลุ่มทำเลเด่นที่น่าสนใจที่สุดในเขต กทม.และปริมณฑล
                   




ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย  (www.area.co.th) ได้เปิดเผยถึง 15 ทำเลเด่นที่สำคัญที่สุด ทั้งนี้นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยขายเกินกว่า 30 หน่วยขึ้นไป และขายได้แต่ละเดือนมากกว่าหนึ่งในสามเท่านั้น ทั้งนี้แยกตามทำเล ประเภทที่อยู่อาศัย และระดับราคา ท่านที่สนใจลงทุนจะได้มีข้อมูลประกอบการพิจารณา
           อันดับที่ 1 ทำเล I3: สุขุมวิท-พระราม 4 ห้องชด 2.001-3.000 มีอยู่ทั้งหมด 263 หน่วย ขายไปแล้ว 260 หน่วย ยังคงเหลือ 3 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 711 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 98.9% หรือขายได้เดือนละ 98.9% ถือว่าเป็นทำเลชั้นยอดอยู่ในใจกลางเมือง
           อันดับที่ 2 ทำเล I1: พหลโยธิน ห้องชด 5.001-10.000 มีอยู่ทั้งหมด 438 หน่วย ขายไปแล้ว 425 หน่วย ยังคงเหลือ 13 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 2,554 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 97.0% หรือขายได้เดือนละ 97.0% ถือว่าเป็นทำเลชั้นยอดอยู่ในใจกลางเมือง
           อันดับที่ 3 ทำเล G3: อ่อนนุช-ศรีนครินทร์ ห้องชุด 0.500-1.000 มีอยู่ทั้งหมด 147 หน่วย ขายไปแล้ว 118 หน่วย ยังคงเหลือ 29 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 132 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 80.3% หรือขายได้เดือนละ 80.3% ทั้งนี้เพราะราคาถูกมากเมื่อเทียบกับทำเลที่อยู่ไม่ไกลเมือง
 
           อันดับที่ 4 ทำเล I3: สุขุมวิท-พระราม 4 ห้องชด 3.001-5.000 มีอยู่ทั้งหมด 659 หน่วย ขายไปแล้ว 610 หน่วย ยังคงเหลือ 49 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 2,532 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 92.6% หรือขายได้เดือนละ 60.6% ถือว่าเป็นทำเลชั้นยอดอยู่ในใจกลางเมือง
 
           อันดับที่ 5 ทำเล E5: ฉลองกรุง ทาวน์เฮาส์ 1.001-2.000 มีอยู่ทั้งหมด 180 หน่วย ขายไปแล้ว 94 หน่วย ยังคงเหลือ 86 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 233 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 52.2% หรือขายได้เดือนละ 52.2% กลุ่มนี้ขายได้ครึ่งหนึ่งต่อเดือน
 
           อันดับที่ 6 ทำเล I1: พหลโยธิน ห้องชด 3.001-5.000 มีอยู่ทั้งหมด 243 หน่วย ขายไปแล้ว 126 หน่วย ยังคงเหลือ 117 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 960 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 51.9% หรือขายได้เดือนละ 51.9% กลุ่มนี้ขายได้ครึ่งหนึ่งต่อเดือน
           อันดับที่ 7 ทำเล H2: แบริ่ง-วัดด่าน ห้องชุด 0.500-1.000 มีอยู่ทั้งหมด 182 หน่วย ขายไปแล้ว 182 หน่วย ยังคงเหลือ 0 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 180 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 100.0% หรือขายได้เดือนละ 50.0% กลุ่มนี้ขายได้ครึ่งหนึ่งต่อเดือน คงเพราะเตรียมรองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนขยายด้านใต้)
 
           อันดับที่ 8 ทำเล E7: สุขาภิบาล 2-3 ทาวน์เฮาส์ 2.001-3.000 มีอยู่ทั้งหมด 39 หน่วย ขายไปแล้ว 17 หน่วย ยังคงเหลือ 22 หน่วย รวมมูลค่าการพัฒนาเป็นเงิน 109 ล้านบาท ณ กลางปี 2558 ขายได้แล้ว 43.6% หรือขายได้เดือนละ 43.6% กลุ่มนี้ขายได้เกือบครึ่งหนึ่งต่อเดือน…
อ่านบทความทั้งหมด  https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=80

Tags : ทำเลทองอสังหาฯ  ,อสังหาริมทรัพย์ ,คอนโด ,ทาวน์เฮาส์ ,บ้าน  ,คอนโดรถไฟฟ้า


6




นิติบุคคลอาคารชุด ทำหน้าที่อะไร?

นิติบุคคลอาคารชุด (Residential Juristic Person) คือ กลุ่มคนในบริษัทที่ได้รับการว่าจ้างมาเพื่อจัดการดูแลทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดมิเนียม เนื่องจากคอนโดมิเนียมหรือในภาษากฎหมายที่เรียกว่า ‘อาคารชุด’ นั้นเป็นอาคารที่บุคคลสามารถแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นส่วนๆได้ โดยประกอบด้วย 2 ส่วน คือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง ซึ่งนิติบุคคลอาคารชุดจะมีหน้าที่ดูแลและจัดการในทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้น และจะร่วมกับคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดในการออกแบบและปฏิบัติตามข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด ซึ่งแต่ละคอนโดมิเนียมจะมีระเบียบภายในของแต่ละอาคารชุดที่ไม่เหมือนกัน





ปัญหานิติบุคคลอาคารชุด - บ้านจัดสรร

ปัญหาการดูแลสาธารณูปโภคในโครงการบ้านจัดสรร คอนโด โดยการถ่ายโอนอำนาจจากเจ้าของโครงการมายังลูกบ้านตาม พรบ.การจัดสรรที่ดินฉบับใหม่ กลายเป็นเรื่องยุ่งยากไปเสียแล้ว เพราะในขั้นตอนของการส่งไม้ต่อก่อให้เกิดความขัดแย้งมากมายระหว่างเจ้าของโครงการกับลูกบ้านที่เกิดเป็นปัญหาขึ้น อาจมีหลายสาเหตุที่พอจะประมวลได้ ก็เช่น เจ้าของโครงการเองหมกเม็ดในเรื่องเกี่ยวกับสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ตั้งแต่ต้น ไม่เปิดเผยให้ผู้ซื้อรู้ตั้งแต่ตอนซื้อขาย ทำให้ผู้ซื้อเข้าใจไปว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโครงการเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกบ้าน

ปัญหาอีกข้อที่สำคัญคือ ทั้งเจ้าของโครงการและลูกบ้านมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรน้อยเกินไป นอกจากรู้น้อยแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาคือขาดความร่วมมือในมวลหมู่ลูกบ้านด้วยกันเอง นอกจากนี้ ปัญหาลูกบ้านแตกคอกันเอง ก็เป็นอีกเรื่องที่เกิดขึ้นและเห็นอยู่บ่อยๆ
ปัญหาเหล่านี้นำมาซึ่งความขัดแย้งในการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่งกรมที่ดินเองก็ปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่พอสมควร จนต้องส่งเจ้าหน้าที่ไปให้ความรู้และทำความเข้าใจกับทั้งเจ้าของโครงการและลูกบ้าน แต่ก็ยังไม่วายที่เกิดปัญหาขึ้นอยู่เนืองๆ…

อ่านบทความทั้งหมด https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=97

Tag : นิติบุคคลอาคารชุด , จดทะเบียนอาคารชุด ,ขั้นตอนการจดทะเบียนอาคารชุด , ปัญหานิติบุคคลอาคารชุด ,ปัญหาบ้านจัดสรร

7



มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้จัดทำ ราคาค่าก่อสร้าง อาคารมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เป็นการดำริของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ตั้งแต่สมัยที่เป็นกรรมการสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย โดยดำเนินการครั้งแรกในปี 2543 และ ดร.โสภณ ก็เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้มาโดยตลอด แต่ในช่วงปี 2556 สมาคมฯ ไม่ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างเพิ่มเติม ดร.โสภณ จึงรับดำเนินการในนามของมูลนิธิฯ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ สมาคมฯ ได้กลับมาดำเนินการเพิ่มเติมอีก แต่คงมีการปรับปรุงราคาเป็นรายปี หรือเป็นรายสะดวก มูลนิธิฯ จึงยังดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินค่าทรัพย์สิน และสำหรับประชาชน และนักลงทุนทั่วไปได้ใช้ต่อไป
            ในการดำเนินการของมูลนิธิฯ มูลนิธิฯได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลจากทางราชการและภาคสนามมาดำเนินการจัดทำ ราคาค่าก่อสร้าง และต่อไปนี้เป็นรายงานการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้างล่าสุด



  สำหรับการเปลี่ยนแปลง ราคาค่าก่อสร้าง ล่าสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561-กันยายน 2561 (ไตรมาสที่ 3) สรุปว่ามีการเพิ่มขึ้นของวัสดุต่างๆ เฉลี่ย +0.16% โดยปัจจัยสำคัญก็คือ ไม้เพิ่มขึ้น 0.80% ซีเมนต์เพิ่มขึ้น 0.30% คอนกรีตเพิ่มขึ้น 0.10% กระเบื้องเพิ่มขึ้น 1.00% วัสดุฉาบเพิ่มขึ้น 0.30% วัสดุอื่นๆเพิ่มขึ้น 0.30% และส่วนวัสดุที่ลดลง สุขภัณฑ์ลดลง -0.20% โดยมีรายละเอียดเป็นดังนี้:



ค่าวัสดุข้างต้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ราคาค่าก่อสร้างยังประกอบด้วยค่าแรง และภาษีและค่าดำเนินการต่าง ๆ ดังนั้นค่าก่อสร้างที่แท้จริง เพิ่มขึ้น 0.10% ในไตรมาสที่ 3/2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้:



อ่านบทความทั้งหมด  https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=96

Tag: ราคาค่าก่อสร้างอาคาร , ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร 2561 , ราคาค่าก่อสร้าง 2561 ,ราคาประเมินค่าก่อสร้าง 2561, ราคาค่าก่อสร้างปี 2561


8
ปัญหานิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ที่ผู้ซื้อบ้านยุคใหม่ควรรู้

         มี "คำถาม" จากผู้จัดสรรที่ดินและผู้ซื้อที่ดินจัดสรรสอบถามว่า เมื่อใดโครงการจัดสรรที่ดินโดยผู้จัดสรรที่ดินจะเสนอแผนการโอนที่ดินแปลงสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะตามแผนผังโครงการให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรวมตัวจดทะเบียนจัดตั้ง"นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" หรือ "นิติบุคคลตามกฎหมายอื่น"

 ในขณะที่ "ยอดขาย" ชะลอตัวจากสภาวะเศรษฐกิจ "ถดถอย" หรือไม่เอื้ออำนวย แต่มียอดขายที่ดินจัดสรรแปลงย่อย "เกินกว่ากึ่งหนึ่ง" และครบกำหนดระยะเวลาการบำรุ งรักษาสาธารณูปโภคตามที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด

        ส่วนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรก็สอบถามว่าเมื่อใดผู้ซื้อที่ดินจัดสรรสมควรจะ "รวมตัว"จดทะเบียนจัดตั้ง "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" เพื่อรับโอนหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคจากผู้จัดสรรที่ดินมาบำรุงรักษาด้วยกันเองและจะไม่เป็นปัญหาในอนาคต
 



"ตัวอย่าง" ปัญหาและอุปสรรคของการจดทะเบียนจัดตั้ง "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" สามารถแยกรายละเอียดให้ท่านผู้อ่านและผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นรวม 2 ส่วนด้วยกัน

1. ในส่วนของผู้จัดสรรที่ดิน
         ผู้จัดสรรที่ดินหรือเจ้าของโครงการ "ไม่ประสงค์แบกรับค่าบำรุงบริการสาธารณะ" อาทิ ค่าบริการรักษาความปลอดภัย ความสะอาด ค่าไฟฟ้าส่องสว่างเป็นต้น แทนผู้ซื้อที่ดินจัดสรรอีกต่อไปเนื่องจากจำนวนที่ดินแปลงย่อยมีการขายกรรมสิทธิ์ให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจำนวนน้อย หรือเมื่อผู้จัดสรรที่ดินส่งใบแจ้งเรียกเก็บ "ค่าบำรุงบริการสาธารณะ" กับผู้ซื้อที่ดินจัดสรร "ในรอบถัดไป" แต่ได้รับการปฏิเสธการชำระ เนื่องจากการขาดประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะและมีความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

2. ในส่วนของผู้ซื้อที่ดินจัดสรร
         ปัญหาและอุปสรรคที่พบเห็นบ่อยครั้ง ได้แก่ การขาดความใส่ใจและความรับผิดชอบในการรวมตัว เพื่อขอมติที่ประชุมจดทะเบียนจัดตั้ง "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" หรือการไม่ยอมรับ "ตัวเลขค่าใช้จ่าย" การบริการสาธารณะซึ่ง"ขาดทุน" โดยผู้จัดสรรที่ดินผลักภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรรับผิดชอบหรือการหักกลบลบหนี้ค่าค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภค (จำนวน7%) กับค่าใช้จ่ายบำรุงบริการสาธารณะของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรในส่วนซึ่ง "ขาดทุน"
 หรือผู้จัดสรรที่ดินไม่ใส่ใจหรือขาดความรับผิดชอบในการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาสาธารณูปโภคที่ชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ โดยปล่อยให้เป็นภาระของผู้ซื้อที่ดินจัดสรรต้องควักกระเป๋าของตนมาซ่อมแซมบำรุงรักษาสาธารณูปโภคโครงการในอนาคต

        ทัศนะส่วนบุคคล ผมมีความคิดเห็นและข้อเสนอแนะให้ผู้จัดสรรที่ดิน ซึ่งมีความประสงค์จะโอนหน้าที่การบำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรจดทะเบียนจัดตั้ง "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร" ในขณะที่สภาวะการซื้อ-ขายที่ดินจัดสรร (สิ่งปลูกสร้าง) ไม่เอื้ออำนวยและไม่เป็นไปตามเป้าหมายต่อผู้จัดสรรที่ดิน ควรยึดหลักการดำเนินการในเบื้องต้น ได้แก่….
อ่านทั้งหมด https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=84
 
Tags: การจัดตั้งนิติบุคคล, จัดสรร/อาคารชุดหมู่บ้านจัดสรร, สิ่งปลูกสร้าง, ที่ดินจัดสรร


9
ตั้งแต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ธุรกิจในแวดวงต่างๆ ก็ได้หันมาโฆษณา ผ่านทางสื่อออนไลน์มากขึ้น อาทิเช่น ธุรกิจเสื้อผ้า แม้กระทั้ง ธุรกิจในแวดวงอสังหาริมทรัพย์เอง ก็หันมาทำการตลาดในรูปแบบออนไลน์กันมากขึ้น
          ดั้งนั้นทาง Developer หรือเจ้าของโครงการต่างๆ ก็ได้มาเริ่มทำการตลาดแบบออนไลน์กันเป็นอย่างมาก หรือจะเรียกได้ว่า ทุกโครงการเลยก็ว่าได้ แต่จะประสบความสำเร็จ หรือไม่ ก็คงจะขึ้นอยู่กับ กลยุทธ์ และวิธีการในการทำตลาดออนไลน์ ของแต่ละโครงการ และประเภทของอสังหาฯ
          วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ ขั้นตอนที่จะทำให้เพิ่มโอกาส ที่จะประสบความสำเร็จ ในการทำตลาดออนไลน์ จะมีอะไรบ้าง เชิญชมครับ
ขั้นตอนแรก Web Site
หลายท่านคงเริ่ม งง ขึ้นมาเลยว่าทำไม Web Site ไปเกี่ยวอะไรกับ ขั้นตอนการทำตลาดออนไลน์ เพราะ Web Site เป็นเหมือน กับใบปลิวบนโลกออนไลน์ ที่จะรวบรวม รายละเอียดต่างๆ ของอสังหาฯ หรือโครงการไว้ ดังนั้น เราต้องทำ Web Site ให้น่าสนใจ และสามารถเปิดได้ ทั้งใน PC และบน Mobile (ที่ต้องโชว์ ใน Mobile ได้ด้วยเพราะตอนนี้คนชอบเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ผ่าน Mobile)



ขั้นตอนที่สอง Content
ในเมื่อเรามี Web Site เป็นเหมือนใบปลิว แล้ว ในความเป็นสิ่งก็คงจะไม่มีที่ไหน ที่จะแจกใบปลิวที่มี แค่รายละเอียดโครงการ เฉยๆ ไปให้ลูกค้าอย่างเดียว ก็คงจะต้องมีพวกโบชัวร์ หรืออะไรแนบไปด้วย เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ดังนั้น Content ก็เปรียบเสมือนว่า เป็นโบชัวร์ ที่จะดึงให้คนสนใจ ใน Web Site ของเราเพิ่มมากขึ้น (ยิ่งมี Content ที่ดีและได้รับความสนใจมาก ก็จะติดหน้าแรกๆ ของ Google ด้วยนะครับ)



ขั้นตอนที่สาม Social Media
เทคนิคนี่แหละครับ ที่จะทำให้ทุกคน เริ่มรู้จักโครงการ หรืออสังหาฯของเราเพิ่มมากขึ้น และช่วยให้เกิดยอดขายขึ้นมา ทำไมถึงเป็นแบบนั้นก็ เพราะว่าขั้นตอนนี้ ก็เป็นเหมือนการโฆษณา ในสื่อต่างๆ แต่ถ้าเป็นในโลกออนไลน์ เราก็จะเน้นไปที่ Social Media เช่น Facebook, Instagram, Youtube, Google เป็นต้น (ทำ Ads ให้น่าสนใจ ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนนี้ด้วยนะครับ)



อ่านบทความทั้งหมด https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=88

Tag : Online Marketing, ขายอสังหาฯ, กลยุทธ์การตลาดอสังหาริมทรัพย์

การทำการตลาดอสังหาฯ ,จุดยืนและภาพลักษณ์โครงการ ,สื่อOnline ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

10




มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างอาคารมาอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เป็นการดำริของ ดร.โสภณ พรโชคชัย ตั้งแต่สมัยที่เป็นกรรมการสมาคมผู้ประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย โดยดำเนินการครั้งแรกในปี 2543 และ ดร.โสภณ ก็เป็นผู้รับผิดชอบงานนี้มาโดยตลอด แต่ในช่วงปี 2556 สมาคมฯ ไม่ได้จัดทำราคาค่าก่อสร้างเพิ่มเติม ดร.โสภณ จึงรับดำเนินการในนามของมูลนิธิฯ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ สมาคมฯ ได้กลับมาดำเนินการเพิ่มเติมอีก แต่คงมีการปรับปรุงราคาเป็นรายปี หรือเป็นรายสะดวก มูลนิธิฯ จึงยังดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินค่าทรัพย์สิน และสำหรับประชาชน และนักลงทุนทั่วไปได้ใช้ต่อไป
            ในการดำเนินการของมูลนิธิฯ มูลนิธิฯได้ดำเนินการศึกษาข้อมูลจากทางราชการและภาคสนามมาดำเนินการจัดทำราคาค่าก่อสร้าง และต่อไปนี้เป็นรายงานการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้างล่าสุด



  สำหรับการเปลี่ยนแปลงราคาค่าก่อสร้าง ล่าสุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2561-กันยายน 2561 (ไตรมาสที่ 3) สรุปว่ามีการเพิ่มขึ้นของวัสดุต่างๆ เฉลี่ย +0.16% โดยปัจจัยสำคัญก็คือ ไม้เพิ่มขึ้น 0.80% ซีเมนต์เพิ่มขึ้น 0.30% คอนกรีตเพิ่มขึ้น 0.10% กระเบื้องเพิ่มขึ้น 1.00% วัสดุฉาบเพิ่มขึ้น 0.30% วัสดุอื่นๆเพิ่มขึ้น 0.30% และส่วนวัสดุที่ลดลง สุขภัณฑ์ลดลง -0.20% โดยมีรายละเอียดเป็นดังนี้:
 


ค่าวัสดุข้างต้นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ราคาค่าก่อสร้างยังประกอบด้วยค่าแรง และภาษีและค่าดำเนินการต่าง ๆ ดังนั้นค่าก่อสร้างที่แท้จริง เพิ่มขึ้น 0.10% ในไตรมาสที่ 3/2561 โดยมีรายละเอียดดังนี้:



อ่านบทความทั้งหมด  https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=96

Tags : ราคาค่าก่อสร้างอาคาร ,ราคาประเมินค่าก่อสร้างอาคาร 2561 , ราคาค่าก่อสร้าง 2561 ,ราคาประเมินค่าก่อสร้าง 2561, ราคาค่าก่อสร้างปี 2561

11
ที่ดินที่เราสนใจหรือที่เราถืออยู่นั้น สามารถทำอะไรได้บ้าง ? ตรวจสอบสีผังเมืองด้วยตัวเอง



เคยสงสัยกันไหมว่าที่ดินของเรานั้นทำอะไรได้บ้าง?  เวลาเราจะตัดสินใจซื้อที่ดิน หรือมีที่ดินอยู่แล้วและคิดจะสร้างอะไรซักอย่าง สิ่งสำคัญที่สุดที่เป็นเครื่องมือในการช่วยตัดสินใจเบื้องต้นคือ “กฎหมายผังเมือง” เพราะบางพื้นที่ก็ห้ามสร้างโรงงาน ห้ามสร้างปั๊มน้ำมัน ห้ามสร้างอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ว่าเป็นสิ่งที่นักลงทุนด้านอสังหาฯ ควรจะรู้เท่านั้น  คนทั่วไปก็ควรจะรู้ไว้ด้วย  เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากและขั้นตอนนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลย ประชาชนทั่วไปสามารถดูได้ง่ายๆ 
เริ่มจากมาทำความเข้าใจกับผังเมืองและกฎหมายผังเมืองกันก่อน
ผังเมือง
ผังเมืองออกแบบโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง  กำหนดความเป็นอยู่ของคนในเมืองนั้นๆ เลยทีเดียว ว่าจะมีถนนหนทางเป็นอย่างไร  มีอะไรอยู่ตรงไหน ซึ่งแต่ละเมืองจะมีลักษณะแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมรวมถึงแนวความคิดและวิสัยทัศน์  เมืองที่มีการออกแบบผังเมือง บ้านจะเมืองจะเป็นระเบียบเรียบร้อยค่ะ สำหรับเมืองที่มีการออกแบบพังเมืองอย่างดีนั้น  เราจะสามารถเห็นแนวความคิดได้ชัดเจนจากภาพถ่ายทางอากาศ  ตัวอย่างที่ชอบหยิบยกมาศึกษา เช่น ผังเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ที่นับว่าเป็นสุดยอดของงานออกแบบผังเมืองแห่งหนึ่ง เมืองนี้ออกแบบเป็น Grid เป็นบล็อค  หรือจะเป็นผังเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส จะออกแบบเหมือนใยแมงมุม ซึ่งต่างคนก็ต่างมีแนวทางการออกแบบ ขึ้นอยู่กับแนวคิดและสภาพแวดล้อมรวมถึงการเติบโตของเมืองนั้นๆ ด้วย



ผังเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส และ ผังเมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน
ผังเมืองนั้นก็ปล่อยเป็นหน้าที่ของนักผังเมืองออกแบบไปค่ะ แต่เรื่องที่คนทั่วไปอย่างเราๆ ที่ควรจะสนใจนั้น เป็นเรื่องของกฎหมายผังเมือง
กฎหมายผังเมือง
กฎหมายผังเมืองในประเทศไทยมีขึ้นเพื่อกำหนดพื้นที่ใช้สอยโดยรวมของประเทศ ให้เป็นระเบียบและเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน หากไม่มีกฎหมายผังเมืองแล้วจะเกิดปัญหา เช่น ชุมชนแออัด อากาศเป็นพิษ หรือไม่มีที่ดินเหลือทำเกษตร โดยกฎหมายจะกำหนดไว้ว่าพื้นที่ไหนสร้างอะไรได้บ้าง ห้ามสร้างอะไรบ้าง หรือสร้างได้แต่จำกัดความสูง ประชาชนทั่วไปสามารถเปิดดูกฎหมายกันได้ที่ เว็ปไซต์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง “http://www.dpt.go.th/” โดยตัวกฎหมายผังเมืองจะมี 3 ส่วนด้วยกัน คือ
1. เนื้อหากฎหมายผังเมือง (กฎกระทรวง) เป็นลายลักษณ์อักษร ผังเมืองแต่ละจังหวัดจะอยู่กันคนละฉบับค่ะ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปอ่านที่ได้ในกฎหมายผังเมืองค่ะ โดยจะเรียงลำดับจากกฎหมายที่มีการอัพเดตกฎหมายล่าสุดก่อน ในตัวกฎหมายก็จะอธิบายถึง ความหมายคำต่างๆ, ประเภทของทีดินแบ่งเป็นกี่ประเภท, มีอะไรบ้าง, สีต่างๆ หมายถึงอะไร, รหัสตัวอักษรต่างๆ เช่น ย พ ต หมายถึงอะไร และรวมไปถึงห้ามสร้างอะไรได้บ้าง
 
2. แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน หรือผังสีจะแนบท้ายตัวกฎหมาย เพื่อแสดงสีของที่ดินต่างๆ สามารถเปิดดูได้ที่นี่เลยค่ะ  ซึ่งเราต้องทราบตำแหน่งของที่ดินที่เราสนใจ แล้วมาดูในผังสีนี้ค่ะ ว่าอยู่ในเขตสีอะไร ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีข้อกำหนดแตกต่างจากกรุงเทพฯ ยกตัวอย่างมาเทียบให้ดู 2 จังหวัด คือ จังหวัดกรุงเทพฯ และจังหวัดนครนายก ซึ่งก็จะเห็นว่ากรุงเทพฯ มีสีสันเยอะกว่านครนายกมาก ซึ่งก็เป็นเพราะในกรุงเทพฯ มีงานใช้งานที่ดินที่หลากหลายประเภทกว่าในจังหวัดนครนายกนั่นเองค่ะ



ซึ่งด้านข้างของผังเมืองรวม  ก็จะมีแถบสีบอกว่า สีอะไรหมายถึง เป็นที่ดินประเภทไหน  ตัวอย่างตามนี้นะคะ
ผังเมือง มีความสำคัญมาก ต่อให้เป็นที่ตรงข้ามกัน เเต่สีของผังเมืองคนละสี สามารถทำให้ราคาต่างกัน หลายเท่าได้เลยนะครับ
ประเภทของพื้นสีผังเมืองที่แบ่งออกเป็น 10 ประเภท ดังนี้



สาเหตุที่ราคามัน ต่างกันสุดขั่วก็เพราะว่า พื้นที่เเต่ละสี มีกฏหมายจำกัดการก่อสร้าง ทำให้สร้างได้ไม่เหมือนกัน….
อ่านบทความทั้งหมด  http://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=71

Tags : สีผังเมือง ,คำนวณภาษีขายที่ดิน ,ภาษีซื้อขายที่ดิน ,ภาษี ขาย ที่ดิน มรดก ,ขายที่ดิน เสียภาษีบุคคลธรรมดา


12



นายหน้าหรือตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นงานอิสระ สามารถทำเป็นอาชีพหลัก และอาชีพเสริม รายได้ไร้ขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองเริ่มต้นท่านต้องมีความรู้ในงานที่ทำ โดยการเข้ารับการอบรมเพื่อสอบบัตรตัวแทนนายหน้า
ดังนั้น การเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ควรเตรียมตัวอย่างไร ทางโรงเรียนอสังหาฯ ขอแนะนำ ดังนี้
 
เข้าอบรมกับสถานบันที่ให้ความรู้เบื้องต้น เช่น การเงินสำหรับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนเพื่อซื้ออสังหาฯ ของผู้ซื้อ ขั้นตอนและวิธีการการขายทรัพย์มือสอง รู้มูลค่าทรัพย์สินที่ขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่พึงสังวรการทำสัญญาจะซื้อ-จะขายอสังหาริมทรัพย์
ควรมี Connection กับเพื่อนๆในกลุ่มนายหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ หรือสายอาชีพที่ต้องติดต่อในการทำงาน เช่น เจ้าหน้าที่ธนาคาร(สินเชื่อ) เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน เป็นต้น
ใจรักในการบริการ การอำนวยความสะดวกในลูกค้าให้ดูเป็นมืออาชีพ การให้ข้อมูลต่างๆ ให้ลูกค้า
การสอบบัตรตัวแทนนายหน้า เพื่อทำให้คุณน่าเชื่อถือ ในอาชีพนายหน้าอสังหาฯ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปอยู่ในสังกัดหน่วยงานใด


ต่อมาคำถามที่ว่า อยากมีบัตรตัวแทนนายหน้าอสังหาฯ ต้องทำไง ??
ขั้นตอนการอนุมัติการสมัครสมาชิก บัตรตัวแทนนายหน้า ที่รับรองโดย สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
สมาชิกวิสามัญบุคคลธรรมดา
 1. ผู้สมัครสมาชิกวิสามัญบุคคลธรรมดา ต้องกรอกใบสมัครสมาชิกและใบสมัครสอบ
พร้อมชำระค่าบำรุงสมาคมฯ 1,000 บาท
ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท
ค่าสมัครสอบ 200 บาท
ค่าคู่มือสอบ 100 บาท
ค่าบัตรสมาชิก 300 บาท
ค่าสายคล้องคอ 100 บาท
รวมทั้งหมด 2,200 บาท(สองพันสองร้อยบาทถ้วน)
2. สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย ตรวจสอบใบสมัครและเอกสารประกอบการสมัครสมาชิก
3. ผู้สมัครสมาชิกวิสามัญที่ยังไม่ได้ผ่านการอบรมหรือไม่มีใบรับรองผ่านการอบรม จะต้องเข้ารับการอบรมจากสถาบันอบรมที่สมาคมฯ ให้การรับรอง
4. ผู้สมัครที่ผ่านการอบรมแล้ว สมาคมฯ จะนำเรื่องการสมัครเข้าที่ประชุม เพื่อการอนุมัติการเป็นสมาชิกและผู้มีสิทธิสอบ พร้อมกับเชิญผู้สมัครเข้าประชุมเพื่อการแนะนำตัวต่อคณะกรรมการสมาคมฯ ในคราวเดียวกัน
5. ผู้สมัครสมาชิกหากผ่านการอนุมัติผู้มีสิทธิสอบ ทางสมาคมฯ จะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน
6. สมาชิกวิสามัญที่ผ่านการอนุมัติผู้มีสิทธิสอบแล้ว จะต้องเข้ารับการสอบที่จัดโดยสมาคมฯ
7. ผู้สมัครสอบที่ผ่านการสอบ ทางสมาคมฯ จะส่งผลการสอบให้ทราบพร้อมทั้งจดหมายยืนยันการเป็นสมาชิก
8. สมาคมฯ จัดทำบัตรสมาชิกวิสามัญให้แก่ผู้สมัครพร้อมกับจัดส่งหนังสือข้อบังคับสมาคมฯ ให้สมาชิก….

อ่านทั้งหมด http://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=95

Tag: นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ,อสังหาฯ, นายหน้าอสังหาฯ ,ขายอสังหาฯ ,ซื้อ-ขายอสังหา ,ขายบ้าน ,ขายที่ดิน ,ที่ดิน ,
อบรมนายหน้าอสังหา ,ธุรกิจอสังหา , สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย

13


 หลายคนอยากรู้มากกว่า คอนโดย่านสุขุมวิท-พระรามที่ 4 ที่มีการเปิดตัวอย่างกับดอกเห็ดหน้าฝน ล้นตลาดหรือยัง โดยเฉพาะกลุ่มราคาใดที่น่ากลัวที่สุด สำหรับนักลงทุน หรือกำลังมองหาที่อยู่อาศํย วันนี้พี่หมี TREBS ได้ขอรายงานสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด จากผลสำรวจของ ....ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย วิเคราะห์ผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร



 ซึ่งศูนย์ได้สำรวจข้อมูลไว้กว้างขวางที่สุดในประเทศไทยพบว่าในย่าน สุขุมวิทตั้งแต่ซอย 1-71 ซึ่งรวมถึง ถ.พระรามที่ 4 ด้วยในพื้นที่เขตวัฒนาและเขตคลองเตยนั้น ภาวะตลาดยังไม่น่าเป็นห่วง





  1. ในกรณีบ้านเดี่ยว ปรากฏว่า ณ กลางปี 2561 ไม่มีบ้านเดี่ยวขายได้แล้ว 3 หลังสุดท้ายที่ขายได้ในย่านสุขุมวิทนี้ขายในราคาหน่วยละ 44.32 ล้านบาท

 2. บ้านแฝดก็มีขายกันได้ 4 หน่วยในครึ่งแรกของปี 2561 รวมมูลค่า 243 ล้านบาท หรือตกเป็นเงินหน่วยละถึง 60.75 ล้านบาทเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามก็ยังมีเหลือขายอยู่อีก 24 หน่วย รวมมูลค่า 1,733 ล้านบาท ซึ่งบ้านกลุ่มนี้ขายได้ "อืด" กว่าบ้านประเภทอื่นๆ ในทำเล สุขุมวิท-พระรามที่ 4 นี้



3. ในทำเลนี้ ไม่มีการขายทาวน์เฮาส์เลยในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2561 แต่ก็ยังมีทาวน์เฮาส์อีก 2 หน่วยรอขายอยู่ รวมมูลค่า 93 ล้านบาท แต่ไม่น่าจะขายได้ในขณะนี้ แต่โดยที่อุปทานมีเหลือแค่ 2 หน่วย จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับตลาด....

อ่านทั้งหมด http://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=94

Tag :  คอนโด ,นักลงทุน ,ที่อยู่อาศัย, บ้าน, ทาวน์เฮาส์ ,ย่านสุขุมวิท-พระรามที่ 4 ,ทำเลคอนโดสุขุมวิท ,วิเคราะสถานการสถานการณ์อสังหาฯ



14
ทำเลดีมีชัยแน่นอน
        เมื่อสรุปได้ว่าที่ดินมีมูลค่าสูง คงทนและสามารถแบ่งซอยครอบครองได้เป็นแปลง ๆ แล้ว ก็ต้องมาพิจารณาต่อว่า แล้วแปลงไหนมีมูลค่ามากกว่ากัน ในทางการค้านั้น แปลงที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีกว่าจะมีมูลค่ามากกว่า



ทำเลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และถ้าใครยึดครองทำเลที่ดีได้ ก็ยากที่คนอื่นจะหาทำเลที่มีศักยภาพที่ใกล้เคียงกันมาทดแทน ดังนั้นที่ดินในทำเลอสังหาฯดีย่อมมีมูลค่าสูงกว่าที่ดินทั่วไป
       ตัวอย่างง่าย ๆ ก็เช่น ตึกแถวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนจะมีมูลค่าสูงกว่าตึกแถวคูหาอื่น ๆ ถึงประมาณ 15% และถ้าคิดเฉพาะส่วนที่ดินอาจจะสูงถึง 30% ทั้งนี้เพราะสามารถค้าขายได้ดีกว่า ด้วยมีทางเข้าออกและมุมมองที่กว้างขวางกว่า (อย่างไรก็ตามก็อาจมีข้อยกเว้นเช่นมีการสร้างสะพานข้าม/อุโมงค์ลอดทางแยกก็ อาจทำให้มูลค่าตึกแถวตกต่ำลงได้)
        ในฮ่องกง นักพัฒนาที่ดินที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ยึดถือสูตรสำเร็จเรื่องทำเลข้างต้นนี้ และประสบความสำเร็จในการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ความรู้เรื่องทำเลจึงเป็นสิ่งเที่ยงแท้แน่นอน ไม่อาจลบล้างได้
        การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปรียบเหมือนการค้าขายทั่วไปที่ต้องอาศัยทำเลที่ตั้ง หากมีทำเลค้าขายที่ดีถือว่ามีความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง การซื้อบ้านและที่ดินก็เช่นเดียวกันนอกจากมีทำเลที่ดีแล้ว ทำเลที่ถือกันว่าอัปมงคลก็ควรหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน…

อ่านทั้งหมด https://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=64


15


ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คืออะไร คนส่วนหนึ่งจึงมองธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ว่าเป็นอาชีพที่อยู่ไกลตัว เรามาหาคำตอบในเรื่องนี้กัน



ความหมายของคำว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คืออะไร?

ธุรกิจที่เป็นการประกอบการอสังหาฯ ได้แก่ การพัฒนาที่ดินในรูปแบบต่างๆ เช่นที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า นิคมอุตสาหกรรม ตลอดจนอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน โดยมีลักษณะประกอบการจัดสรรที่ดิน หรือก่อสร้างอาคารขึ้นมาแบ่งเป็นห้องชุด หรือแบ่งให้เช่าเป็นส่วนๆ เพื่อการค้า เช่น กรณีศูนย์การค้า เป็นต้น

ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีหลายรูปแบบ ลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เราสามารถแยก ออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ ดังนี้

1.การซื้อขายทั่วไป การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ เป็นการซื้อขายที่มีลักษณะคล้ายกับการซื้อขายในธุรกิจอื่นๆทั่วไป เช่น การซื้อมาแล้วขายไป ผลตอบแทนหรือส่วนต่างที่ได้คือกำไร ต่างกันที่การซื้อขายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในทางกฎหมายกำหนดให้ต้องทำนิติกรรมเป็นหนังสือและจดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น โฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่แสดงตัวผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นๆ ทั้งนี้ ก็เพราะว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์สินที่มูลค่าสูง จึงต้องมีกฎหมายควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

2.การปล่อยเช่า ลักษณะการปล่อยเช่า เช่น การให้เช่าหอพัก อพาร์ตเมนต์ เช่าห้องพัก เช่าบ้าน ให้เช่าโกดังเก็บสินค้า เช่าอาคารพาณิชย์ สำนักงานให้เช่า หรือการเช่าที่ดินว่างเปล่า  เป็นการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เรียกว่า  “เสือนอนกิน” เพราะเมื่อลงทุนสร้างหรือซื้ออาคารซื้อที่ดินว่างเปล่าแล้วนำออกให้เช่า ก็จะทำให้เกิดรายได้อย่างสม่ำเสมอ และเป็นรายได้ที่ตายตัว ทำให้มีเงินใช้สอยไม่ขาดมือ

3.การเป็นนายหน้าซื้อขายหรือเช่า เป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย เช่น เป็นนายหน้าซื้อขายที่ดิน ซื้อขายรถยนต์ ส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริมหรือทำเป็นงานเสริม แต่การซื้อขายแต่ละครั้งอาจทำให้นายหน้ามีรายได้สูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถและองค์ประกอบด้านอื่นๆด้วย…..

อ่านบทความทั้งหมด http://www.trebs.ac.th/th/news_detail.php?nid=78

หน้า: [1] 2 3 ... 5