ผู้เขียน หัวข้อ: ประเด็นที่เตี่ยพระชนนีแตะรู้ ก่อนให้เด็กนั่งคาร์ซีทในรถยนต์  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

14-01-2018 , 12:06:20
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4943
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

 

คุณพ่อพระชนนีไม่ชำนาญหลายคนคงเป็นพะวง ยุคสมัยที่จะพาเจ้าตัวน้อยขึ้นรถใช่มั้ยหล่ะ หลายทีคุณแม่อาจกังวลว่าเข็มขัดนิรภัยจะแน่นเกินไป เป็นเหตุให้ลูกน้อยไม่สบายตัวเหรอเป็นอันตราย ไม่ใช่หรือกังวลไปต่างๆ นานาว่า คาร์ซีท หรือไม่ เบาะนั่งเด็กในรถ จะดีกับลูกน้อยไหม จะดูแลอุบัติเหตุได้จริงหรือ ซึ่งการเดือดเนื้อร้อนใจนั้นเป็นเรื่องปกติครับ เพราะหากคุณแม่คาดเข็มขัดให้ลูกผิดตำแหน่ง สามารถส่งผลต่อเส้นโลหิตของลูกจนเป็นพิษภัยได้ ดังนั้น การที่คุณตรวจสอบระดับเข็มขัด สมณศักดิ์ที่นั่งของลูกทุกครั้งเป็นการดีครับ นอกจากข้อหวาดวิตกด้านบนแล้ว มาดูกันครับว่ามีกรรมวิธีการใช้ คาร์ซีท ข้อไหนบ้างที่ท่านต้องระวัง

1. ติดตั้งคาร์ซีท ไม่ถูกต้อง ข้อแรกที่ต้องรู้ก่อนเลยลงความว่า ขนาดของคาร์ซีทที่เราควักกระเป๋ามานั้น ตึงกับเบาะรถรึเปล่า พร้อมทั้งต้องทำการวางส่งมอบเผงด้วย ก็เพราะว่าคาร์ซีทมีทั้งแบบหันหน้าและหันหลัง หากคาร์ซีทเป็นระดับไหน ควรติดตั้งทิศทางให้ถูกต้อง นอกจากนี้ ควรตรวจสอบดูสายคาดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะ อาจจะล็อคได้แข็งแรง สมมุติมาตุเห็นว่าคาร์ซีทมีความปกติไม่ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ จำต้องนำคาร์ซีทไปซ่อมหรือไม่ก็เปลี่ยนใหม่ ไม่ควรให้บุตรใช้ต่อไปครับ หากอยู่ในประกัน ช่างจะโป๊อุดหนุนฟรีฮะ

2. เปลืองสายคาดผิดแบบ สปายคาดไม่สมควรพลุ่ยหรือรัดตึงเกินพอดี เตี่ยคุณแม่สามารถชิงชัยสายคาดเพราะว่าจับสายคาดให้ตึง แล้วใช้นิ้วจิ้มดู ถ้าสายบุ๋มลงมาก จัดแสดงว่าหลวมเกินไป สำหรับคาร์ซีทแผนกหันหลัง ล่าช้าควรอยู่ที่ประเภทใช่ไหมอยู่ใต้ไหล่ของลูกเล็กน้อย ถ้าหากเป็นคาร์ซีทแบบผินหน้า สายคาดชอบอยู่ตำแหน่งเดียวกับหรือไม่ก็เหนือชั้นกว่าไหล่ของลูกครับ

3. อุปการะลูกนั่งลงหันหน้าขวับเกินควร พ่อมาดาหลายคนศักยเคยได้ยินมาว่า ช่วงขวบปีแรกจำต้องให้ลูกนั่งหันหลัง จวบจนลูกจักความหนักเบา 9-10 กิโลกรัม ถึงจะให้นั่งหัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด โดยคบหาสมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกานำทางว่า ควรให้ลูกหันหลังจนกว่าจะ 2 ขวบ กับสมมตเป็นไปได้การนั่งลงแบบหันหลังนั้นเสถียร ด้วยกันสมควรให้ลูกนั่งหันหลังให้นานยอดเท่าที่จะปฏิบัติได้ แม่หลายคนอาจไม่สบายใจว่าหากลูกตัวใหญ่ขึ้น อาจนั่งหันหลังแล้วรู้สึกว่าขาติดกับพนักเบาะรถหรือว่าต้องงอขา แต่จริงๆ แล้วตัวของเด็กสมรรถยืดงอได้ดีกว่าผู้ใหญ่ บิดาคุณแม่ไม่ควรร้อนใจในข้อนี้ พอลูกโตเกินกว่าขนาดคาร์ซีท แล้วค่อยให้ลูกนั่งหันหน้ากับเบาะทุกทีก็ไม่กลุ่มเกินไปครับ

 4. เอื้ออำนวยลูกนั่งบูสเตอร์ซีทขวับเกินไป บูสเตอร์ซีท คือว่าเบาะรองนั่งของเด็กเพราะเปลืองภายในรถ ใช้เพราะด้วยเด็กช่วงเวลาคราว 3-12 ขวบ (น้ำหนักเด็กประมาณ 15 – 36 กิโลกรัม) มีเจ้าของสินค้าบางเจ้า ชี้ทางว่าน่าให้ลูกนั่งบูสเตอร์ซีทตั้งแต่ลูกรุ่น 3 ขวบ แต่จริงๆ แล้วควรรอให้ลูกน้ำหนักใกล้เคียง 18 กิโลเมตรหรืออายุ 4-5 ขวบ ด้วยกันลูกทำเป็นนั่งโดยมีช้าคาดพาดผ่านหน้าอกได้ล้วนแล้วการเดินทาง พร้อมทั้งแพทย์ยังชี้นำว่าสายรัดตัวโครง 5 จุดปึกแผ่นกว่าบูสเตอร์ และพ่อแม่ควรใช้สายรัดตัวจะดีกว่า เพราะว่ารอบรู้ป้องกันเด็กได้เหนือกว่าเข็มขัดนิรภัยข้าวของบูสเตอร์ซีท เพราะสายรัดตัวเชี่ยวชาญดูแลรักษาลำตัวส่วนบน ลดความเคลื่อนไหวพร้อมทั้งการตุ๊ยบนหัวพร้อมด้วยคอลงได้ ระยะเวลาที่เข็มขัดนิรภัยคุ้มครอง ทำเลอุรากับสะโพกอย่างเดียว

สุทธิอยู่ว่าบุรพาจารย์คงอยู่มิเชี่ยวชาญป้องกันปากเหยี่ยวปากกาทุกอย่างที่พร้อมโหดเหี้ยมลูกได้ แต่กลับการที่ป๊ะป๋าม้าศักยเลือกใช้อุปกรณ์ดูแลรักษาทำเนียบประกอบด้วยพลังได้อย่างถูกกรรมวิธี ก็จัดยังไม่ตายการเพิ่มการคุ้มครองภัยให้บุตรได้อีกทางหนึ่งขอรับกระผม
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : คาร์ซีทมือสอง

ที่มา : http://banncharng.com/webboard/index.php?topic=214239.new#new

Tags : เปลเด็ก